โอกาสสุดท้ายของเรนาโต้ ซานเชส

    เรนาโต้ ซานเชส ดาวรุ่งชาวโปรตุกีส ถือว่าเป็นนักเตะที่เคยเนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งในช่วงหลังจบจากศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทีมชาติโปรตุเกสของเขาสามารถโค่นเจ้าภาพคว้าแชมป์ได้สำเร็จด้วย และทัวร์นาเม้นต์นั้นเรนาโต้ ซานเชสโชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่น ซึ่งต่อเนื่องมาจากฟอร์มในสโมสรเบนฟิก้าก่อนหน้านั้นด้วย ซึ่ง ณ ตอนนั้นเขามีวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น ทำให้ยักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายทีมสนใจคว้าตัวไปร่วมทีม และเป็นบาเยิร์น มิวนิค ในยุคการคุมทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนที่เป็นสิงห์ปืนไวคว้าตัวไปร่วมทีมได้สำเร็จ ด้วยค่าตัวสูงถึง 35 ล้านยูโรเลยทีเดียว ซึ่งมีรายงานว่าในสัญญาหากเรนาโต้ ซานเชสสามารถพาบาเยิร์น มิวนิคประสบความสำเร็จตามเงื่อนไขได้ทั้งหมด จะทำให้เขามีค่าตัวรวมถึง 80 ล้านยูโรเลยทีเดียว และนี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้สามารถตัดหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โชเซ่ มูรินโญ่ต้องการตัวมาร่วมทีมในตอนนั้นได้ แต่ฤดูกาลแรกกับทีม “เสือใต้” เขาก็ต้องพบเจอกับความยากลำบาก และต้องตกเป็นตัวสำรองของอาร์ตูโร่ วิดัล ติอาโก้ อัลกันตาร่า และชาบี อลอนโซ่แทบจะตลอด และก็มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อย แต่ในช่วงปลายปีเขาก็ได้รางวัล Golden boy award หรือนักเตะดาวรุ่งที่อายุต่ำกว่า 21 ปียอดเยี่ยมประจำปี 2016 ด้วยการที่เขาช่วยทีมชาติโปรตุเกสคว้าแชมป์ยูโรได้สำเร็จ ซึ่งเอาชนะเหนือมาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวรุ่งจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาได้ โดยฤดูกาลนั้นเขาจบฤดูกาลด้วยการลงสนามทั้งหมด 25 นัดในลีก ซึ่งเป็นการลงสนามเป็นตัวจริงเพียง 4 นัดเท่านั้น และไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้ซัมเมอร์ต่อมาเขาถูกปล่อยให้กับสวอนซี ซิตี้ยืมตัวใช้งาน แต่ฟอร์มของเขาก็ยังไม่ดีขึ้น […]

Continue Reading →

แนวรุกไลป์ซิก

    หลังจากที่พวกเขาต้องเสียนาบี เกต้า กองกลางคนสำคัญทีมชาติกินีที่ถูกลิเวอร์พูล ทีมดังของพรีเมียร์ลีกดึงตัวไปร่วมทีม ด้วยค่าตัวสูงถึง 62 ล้านปอนด์ ทำให้ฤดูกาลที่จะถึงนี้แดนกลางของพวกเขาจะอ่อนยวบลงไปทันที แต่ยังถือว่ามีเรื่องดีอยู่บ้าง เมื่อพวกเขายังสามารถรั้ง 3 ตัวรุกคนสำคัญไว้กับทีมได้ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ซุสซุฟ โพลเซ่น ตัวรุกริมเส้นทีมชาติเดนมาร์ก ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่อายุ 19 ปี และเล่นกันมาตั้งแต่ไลป์ซิกอยู่ในลีกละดับล่างของประเทศด้วยซ้ำ และช่วยกันไต่เต้าจนขึ้นสู่ศึกบุนเดสลีก้าได้สำเร็จภายในระยะเวลา 8 ปีเท่านั้นหลังจากก่อตั้งสโมสรเมื่อปี 2009 และดาวเตะวัย 24 ปีก็เป็นตัวหลักของทีมมาโดยตลอด หลังจากย้ายเข้าสู่ทีมเมื่อปี 2013 เอมิล ฟอร์สเบิร์ก เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติสวีเดนที่คอยสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมอยู่ตลอดเวลา โดยมีทีเด็ดที่การเปิดบอลได้เสีย และแม่นยำ รวมถึงลูกตั้งเตะที่เชื่อใจได้ และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ไลป์ซิกที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาได้เป็นถึงรองแชมป์เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน แต่ด้วยอาการบาดเจ็บเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้เขาได้ลงสนามช่วยทีมน้อยลง ทำให้ผลงานของทีมแย่ลงไปด้วย และมีผลทำให้ทีมต้องจบที่อันดับที่ 6 ของตาราง และได้ไปเล่นเพียงศึกยูโรป้า ลีกเท่านั้น ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าดาวรุ่งที่เป็นความหวังของชาวเยอรมันทั้งประเทศ ถึงแม้เขาจะทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียเมื่อกลางปีที่ผ่านมา แต่ดาวรุ่งวัย 22 ปี ก็ยังมีอนาคตที่สดใส และมีหลายทีมทั่วยุโรปให้ความสนใจอยู่ในเวลานี้ ด้วยความที่เป็นทั้งกองหน้าตัวเป้าได้ และยังสามารถถ่างไปเล่นริมเส้นได้อีกด้วย ทำให้เขามีความหลากหลายในการเล่นมากกว่ากองหน้าทั่วๆ ไป ซึ่งทั้งสองฤดูกาลที่ย้ายจากสตุ๊ตการ์ตมาอยู่กับไลป์ซิก แวร์เนอร์สามารถทำประตูให้ทีมเกิน 20 ประตูมาทั้ง 2 ฤดูกาล และยังเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงสนามในศึกบุนเดสลีก้าครบ 100 นัดอีกด้วย ดาวเตะทั้ง […]

Continue Reading →

ย้ายเป็นว่าเล่น

  อังเดร ชัวร์เล่ กองหน้าทีมชาติเยอรมันชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ถือว่าเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จที่ต้องเก็บกระเป๋าผเนจรมากที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียวในศึกบุนเดสลีก้า โดยฤดูกาลที่จะถึงนี้เขามีโอกาสสูงที่จะต้องเก็บกระเป๋าย้ายทีมอีกครั้ง หลังจากที่ต้นสังกัดอย่างโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์อนุญาตให้ทำการไปเจรจาหาทีมใหม่ได้เลย อังเดร ชัวร์เล่ เริ่มมามีชื่อเสียงและโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลที่ 2 ที่อยู่กับทีม “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในยุคการคุมทีมของซามี่ ฮูเปีย กุนซือชาวฟินแลนด์ที่เป็นอดีตกองหลังของลิเวอร์พูล โดยจบฤดูกาลนั้นชัวร์เล่ทำไป 14 ประตูกับอีก 9 แอสซิสต์ จากการลงสนามทั้งหมด 43 นัด และไปเตะตาโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสที่หวนกลับมาคุมเชลซีเป็นครั้งที่ 2 ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ ซึ่งฤดูกาลแรกในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ ก็มีทั้งช่วงที่ดี และช่วงที่แย่ปะปนกันไป แต่พวกเขาสามารถผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ด้วย โดยฤดูกาลนั้นเขาทำได้ 8 ประตูในพรีเมียร์ลีกจากการลงสนาม 30 นัด โดยหนึ่งในนั้นเป็นนัดที่เขาทำแฮตทริคใส่ฟูแล่มได้ด้วย ซึ่งฤดูกาลต่อมาเขากลับได้รับโอกาสจากโชเซ่ มูรินโญ่น้อยลง แต่ทีมกลับประสบความสำเร็จด้วยการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นเขาก็ต้องเก็บกระเป๋าย้ายกลับประเทศบ้านเกิดมาอยู่กับโวล์ฟบวร์กในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาวในช่วงต้นปี 2015 ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ และถึงแม้จะเป็นการย้ายทีมในช่วงกลางฤดูกาล แต่ชัวร์เล่ก็ยังประสบความสำเร็จในการเป็นแชมป์เดเอฟเบ โพคาลในฤดูกาลนั้น โดยเอาชนะโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ได้ในนัดชิงชนะเลิศ ถึงแม้เขาจะลงสนามเป็นตัวสำรองเพียง 9 นาทีเท่านั้น และในฤดูกาลต่อมาเขาก็ยังพาโวล์ฟบวร์กผ่านไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสรด้วย […]

Continue Reading →

หอกใหม่ “เสือเหลือง”

      หลังจากที่ตัดสินใจขายปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง กองหน้าทีมชาติกาบองออกจากซิกนัล เอดูน่า ปาร์คไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยแลกกับการได้เงินก้อนโตมา 60 ล้านยูโร ทีม “เสือเหลือง” ก็ยังไม่ได้นำเงินไปซื้อกองหน้าคนไหนมาทดแทนเลย ซึ่งเมื่อช่วงมกราคมพวกเขาไปทำดีลยืมตัวมิชี่ บาตชูอายี่ กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมมาใช้งานชั่วคราว ซึ่งที่จริงเขาทำผลงานได้ดี และเป็นที่น่าพอใจของฝ่ายบริหารของทีมเลยทีเดียว ด้วยการลงสนามทุกรายการ 14 นัด สามารถทำได้ถึง 9 ประตูเลยทีเดียว โดยแบ่งเป็น 7 ประตูในเกมลีกจาก 10 นัด แต่ด้วยค่าตัวที่ทาง “สิงโตน้ำเงินคราม” ตั้งไว้สูงมาก ทำให้ดอร์ตมุนด์ต้องสละเรือยอมถอยออกห่างจากเป้าหมาย และเบนหางเสือไปหากองหน้ารายอื่นแทน การขาดหายไปของปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง ถือว่าสร้างรอยร้าวใหญ่ให้กับโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์มากทีเดียว เนื่องจากโอบาเมยังถือเป็นนักเตะตัวหลัก และตัวความหวังสูงสุดของทีมมาตลอด 5 ฤดูกาลหลังสุด และด้วยระบบการเล่นแบบใช้กองหน้าตัวเป้าคนเดียวของทีม ทำให้ตำแหน่งนี้ถือว่ามีความสำคัญกับการทำประตูของทีมอย่างยิ่ง ซึ่งหากทีมอยากจะประสบความสำเร็จก็ต้องหานักเตะที่มีคุณภาพเท่าเทียบกับกองหน้าวัย 29 ปี หรือไม่ก็ต้องเหนือกว่าหากจะหวังโค่นบาเยิร์น มิวนิคโดยการคว้าแชมป์บุนเดสลีก้า ซึ่งพวกเขาตกเป็นข่าวว่าไม่สามารถตกลงค่าตัวกับทางเชลซีในส่วนของบาตชูอายี่ได้ ทำให้พวกเขาต้องเปลี่ยนแผน โดยหันไปสนใจคว้าตัววิลฟรีด ซาฮา ดาวเตะเชื้อสายไอวอรี่ โคสต์ของคริสตัล พาเลซ ทีมในพรีเมียร์ลีกแทน โดยพร้อมยื่นข้อเสนอเป็นเงินให้จำนวนหนึ่ง และยังแถมอังเดร ชูร์เล่ กองหน้าตัวเก๋าแถมเข้าไปในสัญญาด้วย แต่ดอร์ตมุนด์ไม่ได้เป็นทีมเดียวที่อยากได้อดีตนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาร่วมทีม แต่ยังมีท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่สนใจ และยังเป็นเต็งหนึ่งที่มีโอกาสคว้าตัวไปร่วมทีมมากที่สุดด้วย […]

Continue Reading →

“ปูริซิช” จอมเลื้อยลีกเมืองเบียร์

     หากเป็นสมัยก่อนซักประมาณ 5-10 ปีที่แล้ว มีการเก็บสถิติการเลี้ยงหลบคู่แข่งในศึกบุนเดสลีก้า เยอรมัน นักเตะที่น่าจะเลี้ยงหลบคู่แข่งมากที่สุดในลีกแต่ละฤดูกาลมีโอกาสเป็นฟร็องค์ ริเบรี่ หรืออาร์เย็น ร็อบเบน 2 ปีกจอมเลื้อยจากบาเยิร์น มิวนิคไม่น้อย แต่พึ่งมีการเก็บสถิติลงเว็บไซต์ที่แฟนบอลสามารถหาข้อมูลได้ไม่กี่ฤดูกาลนี้เอง โดยฤดูกาลล่าสุดนักเตะที่เลี้ยงหลบคู่แข่งได้มากที่สุดตกเป็นของคริสเตียน ปูริซิช ปีกดาวรุ่งทีมชาติสหรัฐอเมริกาของโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ที่เลี้ยงหลบนักเตะได้ 72 ครั้ง ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์คือ 42 เปอร์เซ็นต์ โดยเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อนแชมป์การเลี้ยงกินตัวเป็นของอุสมาน เดมเบเล่ ปีกทีมชาติฝรั่งเศสที่ย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลน่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หากวัดจากเปอร์เซ็นต์ที่ประสบความสำเร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นทางคิงส์ลี่ย์ โกม็อง ปีกชาวฝรั่งเศสของบาเยิร์น มิวนิค และนาบี เกต้า กองกลางทีมชาติกินีของไลป์ซิก ที่ปัจจุบันย้ายไปอยู่กับลิเวอร์พูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่มีเปอร์เซ็นต์ในการเลี้ยงหลบสำเร็จถึง 58 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว คริสเตียน ปูริซิช ปีกทีมชาติสหรัฐอเมริกาเชื้อสายโครแอตวัย 19 ปีตกเป็นข่าวว่ามีทีมจากพรีเมียร์ลีกสนใจคว้าตัวไปร่วมทีม ทั้งลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าให้ความสนใจดาวเตะรายนี้มาตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่นอกจากการเลี้ยงบอลที่คล่องแคล่ว และมีความเร็วสูงแล้ว เขายังต้องพัฒนาความสามารถด้านอื่นอีกพอสมควร ทั้งเรื่องการเปิดบอล และการสร้างสรรค์โอกาสในการทำประตูให้เพื่อนร่วมทีม รวมถึงการทำประตูที่ต้องเพิ่มขึ้นด้วย หากอยากจะกลายเป็นนักเตะระดับโลก เนื่องจาก 3 ฤดูกาลที่ขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของทีม “เสือเหลือง” โดยได้ลงสนามไปทั้งหมด 97 นัดในทุกรายการ แต่เขาทำประตูได้เพียง 12 ลูกเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยเกินไปกับการเล่นให้กับทีมที่เล่นเกมรุกตลอดอย่างโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ทำให้บรรดาทีมยักษ์ใหญ่ที่หมายปองคว้าตัวเขาไปร่วมทีม […]

Continue Reading →

น้องใหม่จากลีก้า สอง

     ด้วยการเลื่อนชั้น-ตกชั้นที่แปลกประหลาดกว่าลีกอื่นที่ทีมอันดับ 3 จากท้ายตาราง จะต้องเพลย์ออฟกับทีมอันดับ 3 จากลีก้า สอง ทำให้ศึกบุนเดสลีก้าประจำฤดูกาลนี้จะมีน้องใหม่ที่ขึ้นมาจากลีก้า สอง เพียง 2 ทีมเท่านั้น คือฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ ทีมแชมป์ และเอฟซี เนิร์นแบร์ก ทีมรองแชมป์ลีก้า สองเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ส่วนอันดับ 3 อย่างฮอลสไตน์ คีล ดันไปแพ้ให้กับโวล์ฟบวร์กในการแข่งขันเพลย์ออฟเลื่อนชั้น-ตกชั้น ทำให้อดขึ้นสู่บุนเดสลีก้าในฤดูกาลนี้ การจะอยู่รอดในลีกสูงสุดของแต่ละลีก ไม่จำเป็นว่าทีมนั้นจะต้องเลื่อนชั้นขึ้นมาโดยการเป็นแชมป์ ซึ่งถือว่าไม่หมายใดๆ ทั้งสิ้น มันขึ้นอยู่กับการปรับตัว และปรับสภาพทีมให้ดีขึ้น และคุณภาพทีมต้องดีพอกับการต่อกรในลีกสูงสุด และอย่างยิ่งในศึกบุนเดสลีก้าด้วยแล้ว ทีมต่างๆ ล้วนมีคุณภาพทั้งสิ้น แต่ในฤดูกาลนี้ทีมอย่างดุสเซลดอร์ฟยังเสริมทัพได้ขี้เหร่มาก หากมองจากชื่อชั้น และเงินลงทุนที่ใช้ในการเสริมทัพ ซึ่งจนถึงตอนนี้พวกเขาใช้เงินซื้อนักเตะไปเพียง 5 ล้านปอนด์เท่านั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรั้งนักเตะตัวหลักให้อยู่กับทีมต่อได้ทั้งหมดก็ตาม โดยนักเตะที่มีชื่อเสียงสุดในการซื้อตัวเข้ามาสู่ทีมก็คือดิเอโก้ คอนเต็นโต้ แบ็คซ้ายอดีตนักเตะของบาเยิร์น มิวนิค ที่ย้ายมาจากบอร์กโดซ์ในฝรั่งเศสแบบไม่มีค่าตัว ส่วนรายอื่นๆ ล้วนเป็นนักเตะโนเนมแทบทั้งสิ้น โดยความหวังของทีมในฤดูกาลนี้ยังอยู่ที่รูเวน เฮนนิ่ง กองหน้าของทีมที่เป็นดาวซัลโวประจำทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยยิงไปได้ 13 ประตูเมื่อปีก่อน ส่วนเอฟซี เนิร์นแบร์ก นี่หนักหนากว่าดุสเซลดอร์ฟด้วยซ้ำ เมื่อจนถึงตอนนี้พวกเขาใช้เงินซื้อนักเตะเข้าสู่ทีมไปยังไม่ถึง 1 ล้านยูโรเสียด้วยซ้ำ โดยเป็นการเซ็นสัญญานักเตะฟรี 2 ราย และยืมตัวอีก 2 ราย และก็ปล่อยนักเตะออกจากทีมไป […]

Continue Reading →

ยุคตกต่ำของโวล์ฟบวร์ก

     วงการฟุตบอลในยุคนี้สามารถมีทีมใหม่ๆ ที่ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว หากเจอแจ็คพ็อตมีกลุ่มทุนมั่งคั่งเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร และลงทุนกวาดนักเตะดาวดังเข้ามาสู่ทีม ก็ทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว แต่ในทางกลับกันหากเกิดการบริหารงานที่ผิดพลาด จากทีมที่เคยประสบความสำเร็จ ก็สามารถกลายเป็นทีมที่ตกต่ำได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งหลายๆ ทีมในพรีเมียร์ลีกเคยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้มาแล้ว ทั้งกับลีดส์ ยูไนเต็ด หรือแบล็คเบิร์น โรเวอร์สก็ตาม ที่ตอนนี้ยังหาทางพาทีมกลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดไม่ได้เลย ซึ่งตอนนี้มันกำลังเกิดขึ้นกับโวล์ฟบวร์ก ทีมในศึกบุนเดสลีก้า เยอรมันเข้าซะแล้ว โวล์ฟบวร์ก เคยประสบความสำเร็จโดยการคว้าแชมป์บุนเดสลีก้า เยอรมันได้เป็นครั้งแรก และครั้งเดียวของสโมสร เมื่อฤดูกาล 2008-2009 ในยุคการคุมทีมของเฟลิกซ์ มากัธ โดยตัวผู้เล่นชุดนั้นก็ไม่ถือว่ายอดเยี่ยมเท่าไหร่ แต่เขาก็ยังสามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้ โดยมี 3 ประสานในแดนหน้าอย่างเอดิน เชโก้ กองหน้าร่างใหญ่ชาวบอสเนีย กราฟิเต้ หัวหอกบราซิเลี่ยน และซเวดาน มิซิโมวิช เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติบอสเนีย โดยพวกเขามีคะแนนเฉือนบาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ของลีกเมื่อจบฤดูกาลเพียง 2 คะแนนเท่านั้น แต่หลังจากนั้นมาพวกเขาไม่เคยประสบความสำเร็จอีกเลย โดยทำได้ใกล้เคียงคือการเป็นรองแชมป์บุนเดสลีก้าเมื่อฤดูกาล 2014-2015 แต่ฤดูกาลนั้นพวกเขาก็ได้แชมป์เดเอฟเบ โพคาลเป็นรางวัลปลอบใจ แต่ใครจะไปคิดค่าว่าหลังจากนั้นเพียง 3 ปี พวกเขาเกือบจะตกชั้นไปเล่นในศึกลีก้าสองของเยอรมันเสียแล้ว เมื่อฤดูกาลที่แล้วโวล์ฟบวร์กทำผลงานได้อย่างย่ำแย่จนน่าตกใจ จนทำให้ต้องมีการเปลี่ยนกุนซือกลางคัน จากมาร์ติน ชมิดต์ มาเป็นบรูโน่ ลาบบาเดีย แต่ก็ยังไม่สามารถพาทีมกระเตื้องขึ้นมาได้ เมื่อจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 16 และต้องเล่นเพลย์ออฟกับทีมอันดับที่ 3 ของลีก้า 2 อย่างไอทรัคต์ เบราน์ชไวน์ ซึ่งยังดีที่พวกเขาเอาตัวรอดมาได้โดยเอาชนะมาได้ด้วยสกอร์รวม […]

Continue Reading →

กำลังหมดยุค “เสือเหลือง”

  ช่วงทศวรรษที่ 2010 ถือเป็นยุคทองของทีม “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ภายใต้การคุมทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหนุ่มชาวเยอรมันในเวลานั้น ที่ก้าวเข้ามาคุมทีม และสามารถพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าเหนือบาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังของประเทศเยอรมันได้สำเร็จ 2 ปีซ้อน ทำให้พวกเขายังรักษาดาวเตะตัวเก่งให้อยู่กับทีมได้ต่อไป และยังดึงดูดนักเตะดาวดังเข้ามาร่วมทีมได้อีกด้วยในช่วงเวลานั้น แต่หลังจากนั้นกลับกลายเป็นทีม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ที่กลับมาทวงบัลลังค์ครองแชมป์บุนเดสลีก้าได้อีกครั้ง ซึ่งคราวนี้พวกเขาครองแชมป์ยาวนานมาถึง 6 สมัยซ้อนแล้วด้วย และยังไม่มีทีท่าที่ทางดอร์ตมุนด์จะกลับไปทวงบัลลังค์แชมป์ได้อีกครั้งด้วย แถมยังมีมือที่สาม มือที่สี่ ที่กำลังสร้างทีมก้าวขึ้นมาท้าทายบาเยิร์น มิวนิค และกำลังถีบโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ให้ตกกระป๋องลงไป ซึ่งฤดูกาลล่าสุดก็มีชาลเก้ 04 และฮอฟเฟ่นไฮม์ ที่ฟอร์มแรงขึ้นมา ทำให้ดอร์ตมุนด์ต้องตกไปเป็นอันดับที่ 4 เมื่อจบฤดูกาล แถมพวกเขายังเสียผู้เล่นคนสำคัญออกจากทีมไปด้วย เมื่อพวกเขาตัดสินใจขายปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง กองหน้าคนสำคัญไปให้กับอาร์เซน่อลเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากหมดยุคของเจอร์เก้น คล็อปป์ พวกเขาก็ยังถือว่ารักษามาตรฐานของทีมได้ดี โดยได้โทมัส ทูเคิ่ล กุนซือหนุ่มก้าวขึ้นมารับหน้าที่คุมทีมแทน ทำให้ทีม “เสือเหลือง” ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ในตอนนั้น แต่หลังจากนั้นมาผลงานของเขาก็ดิ่งลงเหวลงเรื่อยๆ โดยยังดีที่ยังมีแชมป์เดเอฟเบ โพคาล มาปรอบใจบรรดาแฟนบอลเมื่อปี 2017 แต่ในส่วนของคะแนนในลีกก็เริ่มมีระยะห่างกับแชมป์อย่างบาเยิร์น มิวนิค มากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละฤดูกาล โดยในฤดูกาลนี้พวกเขาได้ทำการแต่งตั้งลูเซียง ฟาฟ กุนซือจอมเก๋าชาวสวิตเซอร์แลนด์เข้ามารับงานคุมทีมในถิ่นซิกนัล เอดูน่า พาร์ค โดยเซ็นสัญญากันเป็นเวลา […]

Continue Reading →