ผู้ท้าชิงที่เปลี่ยนแปลง

    ศึกบุนเดสลีก้า ลีกสูงสุดของประเทศเยอรมัน ถือว่าเป็นลีกที่เริ่มมีการผูกขาดแชมป์ลีกไปแล้วในระยะหลัง โดยเป็นทางบาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังของประเทศ ที่เป็นแชมป์บุนเดสลีก้ามาแล้ว 6 สมัยรวด ซึ่งแต่ละสมัยที่พวกเขาคว้าแชมป์ได้สำเร็จก็มักจะมีผู้ท้าชิงที่ก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์กับพวกเขาแตกต่างกันไป เหมือนสลับหน้าเข้าไปท้าชิงแชมป์นั่นเอง โดยมีโบรุสเซีย ดอร์ตมนุด์ที่เหมือนจะเสนอหน้าเข้าไปเป็นทีมลุ้นแชมป์มากที่สุดในระยะหลัง แต่ก็ไม่ค่อยได้ลุ้น หรือใกล้เคียงซักเท่าไหร่ ส่วนเมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นทางชาลเก้ 04 ที่ก้าวขึ้นมาเป็นคู่ชกกับทางบาเยิร์น มิวนิคแทน แต่ดูเหมือนว่าจะยังห่างชั้นกันเกินไป และโดนทิ้งขาดตั้งแต่ช่วงกลางฤดูกาลเลยด้วยซ้ำ ซึ่งหากเปรียบเทียบบาเยิร์น มิวนิคเป็นนักมวยเจ้าของแชมป์เก่า ซึ่งก็จะมีผู้ท้าชิงเข้ามาขอท้าชกทุกปี ซึ่งก็สลับหน้าเข้ามาท้าชกด้วย แต่พอเวลาแข่งกันจริงก็โดนน็อคตั้งแต่ต่อยกันไปไม่กี่ยกเท่านั้น

ฤดูกาลนี้ก็เช่นกัน ที่บรรดานักวิเคราะห์วิจารณ์ต่างลงความเห็นตรงกันว่าบาเยิร์น มิวนิค จะสามารถคว้าแชมป์ได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือมาเป็นนิโก้ โควัช กุนซือหนุ่มวัย 46 ปีก็ตาม แต่ในส่วนของผู้ท้าชิงที่จะก้าวขึ้นมาเป็นคู่ชกแทนนั้นถูกมองว่าจะกลับมาเป็นโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์อีกครั้ง หรือไม่ก็จะเป็นทางไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่กำลังมาแรงในระยะหลัง โดยชาลเก้ 04 ถูกมองว่าจะทำผลงานได้ไม่ดีเท่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เนื่องจากพวกเขาจะขาดนักเตะตัวหลักจากฤดูกาลที่แล้วไปถึง 3 คน ทั้งมักซ์ เมเยอร์ เลออน กอเร็ตซ์ก้า และรวมถึงธิโล เคห์เรอร์ กองหลังดาวรุ่งที่ย้ายไปปารีส แซงต์ แชร์กแมงด้วย

สถานการณ์ของทีมรอง หรือทีมระดับลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกก็จะมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่บาเยิร์น มิวนิคก็ยังอยู่ในโพซิชั่นเดิมมาโดยตลอด ซึ่งบรรดาทีมอื่นๆ ก็พยายามที่จะเสริมทีมให้ไปเข้าใกล้กับทีม “เสือใต้” มากที่สุด โดยมีโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ที่ระยะหลังพวกเขารักษาอันดับหัวตารางไว้ได้โดยตลอดแล้ว แต่ยังไม่สามารถปีนขึ้นไปสู้กับบาเยิร์น มิวนิคได้เท่านั้น ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะอีกซักระยะ ถึงจะมีขุมกำลังที่พอจะไปต่อกรได้ ส่วนทีมที่ยกระดับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วในระยะหลังก็คือฮอฟเฟ่นไฮม์ ที่มีจูเลี่ยน นาเกลส์มันน์คุมทีมอยู่นั่นเอง

Categories: บุนเดสลีกา